 มีสิ่งก่อสร้างที่เป็นโบราณสถานหลายๆแห่ง
ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี มีอันต้องพังมลายหายไป
บางแห่งมีประวัติอันยาวนาน เกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ชาติไทยหลายยุคหลายสมัย
ก็เหลือไว้แต่เพียงซากปรักหักพัง
ยากต่อการศึกษาค้นคว้า ปัจจัยหลายๆ
ด้าน เช่น ขาดการดูแลอย่างจริงจัง,
ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์, การค้นพบช้าเกินไป
ฯลฯ ทำให้สิ่งที่มีคุณค่าเหล่านั้นต้องสูญสิ้นไป
จากปัจจัยและเหตุผลดังกล่าวข้างต้น
ไม่สามารถที่จะใช้ได้กับโบราณสถานแห่งหนึ่ง
"โบสถ์ปรกโพธิ์" ที่ตั้งอยู่ที่ค่ายบางกุ้ง
อ.บางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม สถานที่แห่งนี้สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี
ผ่านเวลาอันยาวนาน ผ่านศึกสงคราม
และถูกปล่อยให้รกร้าง มานานเกือบ
200 ปี แต่โบราณสถานแห่งนี้ยังคงอยู่
มิได้สูญสิ้นไปตามกาลเวลา
บางครั้งธรรมชาติก็สร้างสิ่งเหลือเชื่อ
เกินกว่าที่มนุษย์อย่างเราๆ จะเข้าใจ
"โบสถ์ปรกโพธิ์" แห่งนี้
ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดียิ่ง
จากต้นไม้ ทั้งต้นโพธิ์ ต้นไทร ต้นไกร
และต้นกร่าง ที่ช่วยกันยึดพยุงโครงสร้างของโบสถ์
ให้คงรูปอยู่ได้ อีกทั้งยังแผ่กิ่งก้านครอบคลุมโบสถ์ทั้งหลัง
เสมือนจะคอยปกป้องจากภัยภิบัติต่างๆ
ถ้ามองจากภายนอกคิดว่าเป็นกลุ่มไม้ใหญ่
มากกว่ามีโบสถ์อยู่ข้างใน จนได้รับขนานนามใหม่ว่า
"โบสถ์ในต้นไม้ " หนึ่งใน
Unseen in Thailand ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคัดสรร
นอกจากนี้ยังสังเกตุยังพบว่า ต้นไม้เหล่านี้จะขึ้นยึดเหนี่ยวในส่วนที่เสี่ยงต่อการหักพังมากเป็นพิเศษ
ในส่วนที่ยังคงสภาพดีมีต้นไม้ขึ้นยึดเหนี่ยวน้อยมาก
และในช่องประตูและหน้าต่างของโบสถ์
จะไม่มีตึ้นไม้ขึ้นปิดบังอยู่เลย
เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
"โบสถ์ปรกโพธิ์"
ตั้งอยู่กลางค่ายบางกุ้ง เป็นโบสถ์ก่ออิฐถือปูน
สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา
สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ ทรงโปรดเกล้าฯ
ให้ยกกองทัพเรือมาตั้งค่ายที่ตำบลบางกุ้ง
เรียกว่า"ค่ายบางกุ้ง"
โดยสร้างกำแพงล้อมวัดบางกุ้งให้อยู่กลางค่าย
เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและเป็นที่เคารพบูชาของทหาร
ภายในโบสถ์ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่
"หลวงพ่อดำโบสถ์น้อย" (หลวงพ่อนิลมณี)
และที่ผนังมีภาพจิตรกรรมซึ่งอยู่ในสภาพลบเลือน
แต่พอเห็นเค้าโครงว่าเป็นเรื่องพุทธประวัติ
 
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ *ค่ายบางกุ้ง*
|