ความเครียด ปัจจุบันมนุษย์เราเผชิญกับปัญหาต่างๆ รอบตัวซึ่งทำให้เกิดความเครียด ความเครียดหรือความทุกข์ใจ อาจเกิดจากสิ่งแวดล้อมหรืออาจเกิดจากตัวเราเองก็ได้
ความเครียดเป็นเรื่องของจิตใจที่มีผลต่อร่างกาย ความเครียดเกิดขึ้นเมื่อเราเตรียมพร้อมที่จะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถทำได้สำเร็จดังใจ เช่นความเครียดก่อนสอบ ความเครียดในการทำงาน ฯลฯ
ความเครียดทำให้อาการทางกาย ได้เช่น
- ปวดศรีษะข้างเดียว
- ปวดท้อง แน่นท้อง ท้องเฟ้อ โรคกระเพาะ
- ปวดหลัง ตึงบริเวณต้นคอ
- ความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ
ความเครียดอาจแสดงออทางพฤติกรรม ได้เช่น
- เหนื่อยเพลียเป็นเวลานานๆ
- ไม่มีสมาธิ ไม่สนใจในการทำงาน
- หงุดหงิด โมโห เจ้าโทสะ
สาเหตุของความเครียด
- การทำงาน เช่น เครียดจากการมีปัญหากับเจ้านาย กับเพื่อนร่วมงาน การแก่งแย่งชิงดีกัน
- สิ่งแวดล้อม เช่น อากาศที่ร้อนอบอ้าว เสียงดัง การจรจรติดขัด ฯลฯ
- ครอบครัว เช่น เครียดจากปัญหาค่าครองชีพ เครียดจากการเลี้ยงดูลูกไม่ได้ดังใจ จากความขัดแย้งระหว่างสมาชิกในครอบครัว
- การเจ็บป่วยเรื้องรัง
<< ความเครียดเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบทุกคน >>
เครียดแล้วจะทำอย่างไรดี
- หยุดพักเรื่องที่จะทำให้เครียดไว้ก่อน หันไปหาสิ่งที่ชอบชั่วคราว เช่น หาความเพลิดเพลินจากการชมภาพยนต์ ฟังเพลงหรือเล่นกีฬากับเพื่อนๆ เป็นต้น เมื่อเริ่มรู้สึกสบายใจขึ้น จึงค่อยกลับมาคิดเรื่องที่ทำให้เกิดความเครียดต่อ
- ปรึกษาหารือ ระบายความในใจกับคนใกล้ชิดที่ไว้วางใจได้ เช่น เพื่อนสนิท พ่อแม่ พี่น้อง
- ฝึกสมาธิแบบง่าย โดยการกำหนดลมหายใจ ปล่อยใจให้ว่าง ไม่คิดอะไร หายใจเข้าท่องคำว่า "พุทธ" หายใจออกท่องคำว่า "โท" ทำสัก 10 นาที จะรู้สึกปลอดโปร่งใจขึ้น
- ไปทำบุญตามวัด โดบเฉพาะวันสำคัญทางศาสนา
- หางานอดิเรกทำนอกเวลางานปกติ เช่น เลี้ยงสัตว์ ปลูกต้นไม้ ท่องเที่ยว ดนตรี ฯลฯ
- มองโลกในแง่ดี ทำใจให้สบาย ให้อภัยมีแต่ความเมตตา
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- ทำงานที่ตนถนัดและพอใจ
- ถ้ามีอาการเครียดมากจนผิดปกติ ทำงานไม่ได้ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพจิต