หากมีใครสักคนถามว่า "โทรทัศน์คืออะไร" ท่านคงจะตอบคำถามนี้ได้ไม่ยากนัก แต่หากคำถามเปลี่ยนไปว่า "ท่านได้อะไรจากโทรทัศน์" ท่านก็คงจะต้องใช้เวลาขบคิดคำตอบอยู่นานเหหมือนกัน
โลกเราทุกวันนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป้นโลกแห่งการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมใดๆ มักจะมีการแข่งขันสอดแท รกเข้าไปด้วยเสมอ บางครั้งเราอาจจะไม่รู้สึกตัว ทั้งนี้ปัจจัยที่สำคัญที่ช่วยทำให้การแข่งขันประสบชัยชนะหรือล้มเหลวนั่นก็คือ "ข้อมูลข่าวสาร" แล้วเราท่านจะรับข้อมูลข่าวสารได้จากที่ใด สื่อประเภทหนึ่งที่ทุกท่านไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือ โทรทัศน์
แทบทุกครัวเรือนจะต้องมีโทรทัศน์ เป็นเครื่องอำนวยความสะดวกในการบริโภคข้อมูลข่าวสาร ด้วยเวลาที่รีบเร่งทำให้เราไม่มีเวลามากพอที่จะนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ หรือวารสารสิ่งพิมพ์ต่างๆ ดังนั้นโทรทัศน์จึงได้แฝงพลังความสำคัญของตัวมันเองมาสู่ชีวิตของเรา โดยที่เราไม่รู้สึกตัวหรือบางครั้งเราก็อาจจะรู้สึกตัวแต่ก็ไม่อาจจะปฏิเสธมันออกไปจากชีวิตเราได้ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง ทำให้เกิดการพัฒนาขีดความสามารถของโทรทัศน์ เพื่อตอบสนองความพึงพอใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปลักษณะ หรือความสามารถในการทำงานของตัวมันเองทำให้มนุษย์ผู้หลงใหลกับสื่อประเภทนี้ต่างยอมเสียทรัพย์จำนวนมาก เพียงเพื่อแลกกับการได้กรรมสิทธิ์ในตัวมัน
ซึ่งหากเรามาหยุดคิดทบทวนสักครู่หนึ่งว่า "แท้จริงแล้วเราต้องการอะไรจากโทรทัศน์" เราอาจจะได้รู้ถึงความจำเป็นและความสำคัญที่แท้จริงของโทรทัศน์ก็ได้ ความหลากหลายของรูปแบบรายการที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารซึ่งโลดแล่นผ่านหน้าจอโทรทัศน์ในขณะนี้ต่างหากที่เป็นตัวการสำคัญ ทำให้เรามีความต้องการที่จะครอบครองตัวมัน
จะมีผู้ผลิตรายการจำนวนสักกี่คนที่คำนึงถึงคุณค่าของข้อมูลข่าวสารที่ผู้ชมจะได้รับ และจะมีผู้ผลิตรายการจำนวนสักกี่คนที่รับผิดชอบต่อการนำเสนอข้อมูลข่าวสารหรือมีวิจารณญาณในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เหมาะสม ความเป็นจริงในขณะนี้ก็คงพอมีบางรายการที่สรรค์สร้างรูปแบบการนำเสนอตลอดจนเนื้อหาสาระด้วยความรับผิดชอบ และจรรโลงสังคมให้น่าอยู่อย่างแท้จริง แต่นั่นก็มีเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนรายการที่กำลังนำเสนอผ่านสายตาของเราในทุกวันนี้
นัยหนึ่งเหมือนเป็นการโยนภาระนี้ให้แก่ผู้บริโภคอย่างเราท่านทั้งหลาย จึงได้มีข้อความขนาดเล็กมาเตือนสติว่า "โปรดใช้วิจารณญาณในการชม" ปรากฏอยู่มุมใดมุมหนึ่งของจอภาพ ซึ่งหากเราไม่สังเกตก็แทบจะมองไม่เห็น บางท่านก็อาจจะคิดว่า "ก็ดีเขายังเตือนเรา แสดงว่าเขายังหวังดีกับเรา" ถ้าลองคิดอีกแง่มุมหนึ่งว่า ถ้าจะเตือนทั้งทีทำไมไม่เพิ่มขนาดตัวอักษรให้ใหญ่กว่านี้ หรือถ้าหวังดีจริง ๆ ก็ไม่ต้องผลิตรายการแบบนี้มาให้เราดูเลยจะดีเสียกว่า อาทิ รายการเกี่ยวกับภูตผีวิญญาณซึ่งยังไม่มีการพิสูจน์ทราบอย่างชัดเจน จริงอยู่ผู้ที่ชมได้อรรถรสของความตื่นเต้นเร้าใจ แต่ท่านลองคิดสักนิดว่า หลังจากที่เราชมรายการประเภทนี้จบแล้ว เรามีความรู้อะไรที่จำเป็นเพิ่มเติมต่อการดำรงชีวิตของเราบ้าง
บางท่านขวัญอ่อนอาจจะเก็บไปฝันร้ายก็มี หรือรายการที่เป็นละครหลังข่าว ที่ประกอบด้วยพระเอกผู้ตาบอดตาใส มองไม่เห็นนางเอกผู้อ่อนแอถูกนางอิจฉา และลูกสมุน (คนรับใช้) กลั่นแกล้งสารพัด บางครั้งแสดงออกด้วยกิริยาก้าวร้าวผสมกับถ้อยคำที่หยาบคายรุนแรง ซึ่งทำให้เราคิดว่าใครหนอช่างคิดหาถ้อยคำเหล่านี้มาได้ แล้วถ้าจะถามว่าเราได้อะไรจากรายการประเภทนี้บ้าง แน่นอนเราอาจได้อรรถรสความสนุกสนานหรือความสะใจ แต่บางครั้งเราก็ซึมซาบความก้าวร้าวตามแบบอย่างจากตัวละครโดยไม่รู้ตัว
ซึ่งประเด็นนี้เราพบเห็นได้โดยทั่วไปจากเด็กและเยาวชนที่มีความผิดปกติของอารมณ์มากยิ่งขึ้น เราต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าเด็กอายุ 9 ขวบ ลงมือฆ่าเด็กที่มีอายุเพียง 4 ขวบ ด้วยสาเหตุเพียงการแย่งของเล่น โดยเลียนแบบวิธีการฆ่าตามแบบภาพยนตร์ที่นำเสนอในโทรทัศน์ นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยเท่านั้นที่ถูกตีแผ่ออกมาจากสังคมที่มีความอ่อนแออย่างเช่นทุกวันนี้
ถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่เราทุกคนต้องสร้างแรงกระตุ้นและจิตสำนึกที่ดีให้เกิดขึ้นในตัวของเราเอง พร้อมทั้งยังต้องมีวิจารณญาณที่เข้มแข็งในการบริโภคข้อมูลข่าวสารจาก "โทรทัศน์" แม้ว่าเราจะไม่มีอำนาจวิเศษดลบัยดาลให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปดั่งที่เราคิดก็ตาม แต่เราหากมีจิตสำนึกและวิจารณญาณดังกล่าวแล้ว เราก็จะเป็นอีกพลังหนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสังคมที่กำลังอ่อนแอลงในทุกวันนี้ได้