เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ตั้งอยู่ปากคลองอัมพวาด้านเหนือ
เดิมเรียกกันว่า "วัดอัมพวา"
ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ได้พระราชทานนามใหม่ว่า "วัดอัมพวันเจติยาราม"
มีความหมายว่า "วัดที่มีเจดีย์และมีสวนมะม่วงเป็นที่รื่นรมย์และเกษมสำราญน่าเคารพบูชา"
วัดนี้เป็นวัดต้นวงศ์ราชินิกุล โดยสมเด็จพระรูปศิริโสภาคย์มหานาคนารี
(สั้น) พระชนนีในสมเด็จพระอัมรินทรามาตย์
(นาก) ทรงบริจาคที่ดินและสมเด็จพระอัมรินทรามาตย์ได้ทรงรวบรวมพระพี่พระน้องรว่มกันสร้างเป็นวัดขึ้นมา
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ
ให้มีการบูรณะใหญ่และทรงสร้างพระปรางค์
เป็นที่บรรจุพระบรมสรีรังคารและพระบรมอัฐิบางส่วนของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระบรมราชชนก นอกจากนี้ยังทรงสร้างพระวิหารและพระที่นั่งทรงธรรมขึ้นอีกด้วย
พระอุโบสถ
มีลักษณะทรวดทรงเหมือนพระอุโบสถของวัดสุวรรณดาราม
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เขียนขึ้นตามแบบศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
และเรื่องราวเกี่ยวกับบทพระราชนิพนธ์เรื่องสังข์ทอง
ไกรทอง อิเหนาและคาวี ภาพจิตรกรรมบริเวณผนังระหว่างช่องประตูด้านล่าง
ซึ่งเป็นภาพการเสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค
เป็นส่วนที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ทรงลงฝีพระหัตถ์พระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
หน้าทหารกลอง และต้นไม้ข้างป้อมริมกำแพง
กุฏิใหญ่
มีลักษณะเป็นเรือนหมู่ทรงไทยใต้ถุนสูง ด้านเหนือเป็นบันไดใหญ่
ด้านใต้เป็นหอสวดมนต์ มีหอฉันตรงกลาง ของเดิมเป็นฝีมือช่างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
และมีการบูรณะบ้างในรัชกาลต่อ ๆ มา จนถึงในรัชกาลปัจจุบัน
พระทั่นั่งทรงธรรม
เดิมเป็นตำหนักไม้ที่ประทับของสมเด็จพระรูปฯ
ก่อนรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยได้ทรงพระราชทานนามว่า
"พระที่นั่งทรงธรรม" เพราะสมเด็จพระรูปฯ
เมื่อคราวบวชชีได้ทรงฟังธรรมในที่นั้นเป็นประจำ
ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ
ให้สร้างเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน มีรูปทรงดังปรากฏในปัจจุบัน
ในคราวบูรณะใหญ่ปี พ.ศ. 2538 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารีทรงพระราชทานพระนามาภิไธยย่อ
(สธ) ไว้ที่หน้าบัน ภายในพระที่นั่งทรงธรรมมีพระประธานและมีพระพุทธบาทจำลอง
5 รอย อยู่ด้านหน้า
พระตำหนัก
มีอยู่ 2 ตำหนัก คือ ตำหนักใหญ่อยู่ด้านทิศใต้ของวัด
และพระตำหนักเล็กอยู่ด้านทิศตะวันตก พระตำหนักทั้งสองเดิมเป็นเรือนไม้สักทรงไทย
ฝาเฟี้ยม ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงสร้างไว้ที่สวนขวาในพระบรมมหาราชวัง
ภายหลังพระราชทานแก่สมเด็จพระมหสมณเจ้า
กรมพระยาวชิรญาณวโรรส แล้วสมเด็จพระมหาสมณเจ้าฯ
ได้ทรงประทานออกมาไว้ที่วัดอัมพวันเจติยามรามพร้อมกับแท่นบรรทม
ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
ประดิษฐานอยู่ใกล้พระอุโบสถทางด้านหน้าพระวิหาร
ทำการหล่อที่กรมศิลปากร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์พระบรมราชินีนาถ
เสด็จ เททองเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2509
และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกถฏราชกุมาร
ได้เสด็จมาทรงเปิดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม
พ.ศ.2520
พระวิหาร
อยู่ทางด้านหลังพระอุโบสถเยื่องมาทางขวา
สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ภายในวิหารมีพระนอนองค์ใหญ่ ตั้งแต่พระเศียรจนถึงพระบาท
วัดได้ 19 ศอก มีพระพุทธรูปปูนปั้นประดิษฐานอยู่รอบระเบียงพระวิหาร
จำนวน 52 องค์
พระปรางค์
อยู่ด้านในพระวิหาร พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ
ให้สร้างขึ้นบริเวณสถานที่พระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
เพื่อบรรจุพระบรมสรีรังคารและพระบรมอัฐิบางส่วนของพระราชชนก
|