ตั้งอยู่ริมฝั่งคลองอัมพวาห่างจากตัวอำเภออัมพวาเพียง
2 กิโลเมตร เดิมเรียกว่า "วัดแม่ย่าทิพย์"
สร้างมาแต่รัชสมัยพระเจ้าปราสาททอง แห่งกรุงศรีอยุธยา
ตามประวัติเล่าว่าท้าวแก้วผลึก (น้อย) ซึ่งเป็นนายตลาดบางช้างเป็นผู้สร้างวัดจุฬามณีขึ้น
บริเวณด้านหลังวัดห่างไป 5 เส้น เป็นนิวาสถานเดิมของท่านทองและท่านสั้น
พระชนกและพระชนนีของสมเด็จพระอัมรินทร์ทรามาตย์
(นาก) พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 1 ซึ่งภายหลังถูกไฟไหม้
ครอบครัวของท่านจึงย้ายไปตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณวัดอัมพวันเจติยาราม
อุโบสถวัดจุฬามณีเดิมสร้างจากไม้สักและไม้เนื้อแข็ง
จนถึง พ.ศ. 2511 พระครูโกวิทสมุทรคุณ (หลวงพ่อเนื่อง
โกวิโท) ได้เริ่มสร้างอุโบสถหลังใหม่แทนหลังเก่าที่ทรุดโทรม
หลังจากหลวงพ่อเนื่องมรณภาพในปี พ.ศ.2530
พระครูโสภิตวิริยาภรณ์ (อิฏฐ ภททฺจาโร)
ศิษย์เอกของหลวงพ่อเนื่อง ได้ดำเนินการสืบต่อจนแล้วเสร็จ
อุโบสถจตุรมุขหินอ่อน
เป็นอุโบสถจตุรมุขหินอ่อน กว้าง 40 เมตร
ยาว 80 เมตร ปูพื้นด้วยหินหยกสีเขียวจากเมืองการาจี
ประเทศปากีสถาน ภายในประดิษฐานพระประธานบนฐานสูง
ประดับประดาด้วยโคมไฟ บานหน้าต่างด้านนอกลงรักฝังมุกเป็นภาพตราพระราชลัญจกร
ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลปัจจุบัน พระนามาภิไธยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์
พระบรมราชินีนาถ และะรับรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนภาพเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่าง
ๆ บานหน้าต่างด้านในแกะสลักเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชาดก
นอกจากนี้บริเวณฝาผนังโดยรอบพระอุโบสถ ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติและนิทานชาดกที่ประณีตงดงาม
ฝีมือของจิตรกรหญิงนิตยา ศักดิ์เจริญ ซึ่งใช้เวลาในการวาดนานถึง
6 ปี
ขนมทองม้วนสูตรโบราณ
บริเวณถนนทางเข้าวัดจุฬามณี จะมีร้านขายขนมทองม้วน
ซึ่งผลิตจากสูตรการทำดั้งเดิมที่สืบทอดกันมา
มีรสชาติอร่อย และมีชื่อเสียงของอำเภออัมพวา
|