วัดเพชรสมุทรวรวิหาร เดิมชื่อ "วัดศรีจำปา"
สร้างขึ้นในราวรัชสมัยพระเจ้าปราสาททองแห่งกรุงศรีอยุธยา
ตามตำนานเล่าว่า ในปี พ.ศ.2307 ชาวบ้านแหลมในเขตเมืองเพชรบุรีอพยพหนีพม่ามาตั้งบ้านเรือนอยู่บริเวณตำบลแม่กลองเหนือวัดศรีจำปา
และเรียกหมู่บ้านนี้ว่า "บ้านแหลม"
ตามชื่อหมู่บ้านเดิมของตน ชาวบ้านแหลมได้ช่วยกันบูรณะวัดศรีจำปาและเรียกวัดนี้ใหม่ว่า
"วัดบ้านแหลม" ต่อมาวัดบ้านแหลมได้ยกฐานะขึ้นเป็นอารามหลวงชั้นวรวิหาร
ได้รับพระราชทานนามว่า "วัดเพชรสมุทรวรวิหาร"
หลวงพ่อบ้านแหลม
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสมุทรสงคราม
ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพเลื่อมใสของคนทั่วไป
เป็นพระพุทธรูปยืนอุ้มบาตรขนาดเท่าคนจริง
สูงประมาณ 167 เซนติเมตร ตามตำนานเล่าว่า
ชาวประมงบ้านแหลมออกไปลากอวนในอ่าวแม่กลอง
ได้พระพุทธรูปติดมา 2 องค์ องค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปนั่ง
อีกองค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปยืน พระพุทธรูปนั่งได้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้ที่วัดเขาตะเครา
จังหวัดเพชรบุรี ส่วนพระพุทธรูปยืนนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดบ้านแหลม
เรียกกันว่า "หลวงพ่อบ้านแหลม"
ตอนที่ชาวประมงพบในอ่าวแม่กลองบาตรนั้นสูญหายไปในทะเล
สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช
ที่ได้เคยเสด็จมานมัสการ ได้ถวายบาตรแก้วสีน้ำเงินถวายหลวงพ่อบ้านแหลมเป็นพุทธบูชา
และยังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงพระราชศรัทธาหลวงพ่อบ้านแหลม จึงพระราชทานผ้าดิ้นทองแก่หลวงพ่อจำนวนสองผืน
แต่ละผืนมีขนาดหน้ากว้าง 6 นิ้ว ยาวประมาณ
10 ฟุต ปัจจุบันทางวัดได้จัดแสดงไว้ในพระอุโบสถที่ประดิษฐานหลวงพ่อบ้านแหลม
ในวันสำคัญ เช่น วัดสงกรานต์ วันทอดกฐินพระราชทาน
จะนำผ้าดิ้นทองพระราชทานมาประดับองค์หลวงพ่อบ้านแหลมด้วย
"หลวงพ่อบ้านแหลม"
เป็นที่เคารพบูชาในหมู่พุทธศานิกชนโดยทั่วไป
ในแต่ละวันจะมีผู้ศรัทธาจากทั่วทุกสารทิศมากราบนมัสการอย่างเนืองแน่น
มีการเปรียบเปรยว่า หากใครไปเมืองสมุทรสงคราม
ไม่ได้ไปนมัสการหลวงพ่อบ้านแหลมก็เสมือนไม่ได้ไปเมืองสมุทรสงคราม
ใครพูดถึงเมืองสมุทรสงคราม ไม่กล่าวถึงนามหลวงพ่อบ้านแหลมก็เสมือนไม่รู้จักสมุทรสงคราม
คนสมุทรสงครามคนใดไม่เคยเห็นหลวงพ่อบ้านแหลม
ก็เปรียบเสมือนลูกกำพร้าไม่เคยเห็นหน้าพ่อ
|